[BT] Rui : One Step Ahead

posted on 09 Mar 2013 23:28 by kiyono
เอนทรีนี้เป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้
 
 
 
 
talk- ในตอนนี้รุยยังไม่ได้เจอชาวเมืองมากนัก แต่จะปูเรื่องช่วงก่อนมาอยู่บลอดเวนกับพื้นฐานความคิดของรุยมากกว่าค่ะ 
 


จะไป...จริงๆเหรอ
 

พี่ชาย...ฉันมีคนที่ชอบแล้วล่ะ

 
ถึงไม่มีเธอ วงก็ต้องดำเนินต่อไป เข้าใจใช่ไหม

 
เราจะไปบุโดกังด้วยกันไม่ใช่เหรอไง

 
พี่ชายก็มีเซย์ซังอยู่นี่นา

 
                         แต่เรร่าเป็นน้องสาวฉัน!! ถอยไป
 

                                                                                                           รุยที่ร้องเพลงไม่ได้น่ะ...จะมีประโยชน์อะไร

 
ฆาตกรเป็นแฟนเพลงที่มีปัญหาทางจิต จะเอาผิดน่าจะยาก

 
เข้มแข็งไว้สิรุย นายเป็นแบบนี้เรร่าจะเป็นห่วงนะ

 
                                                 พี่ชาย...พี่ชาย...ช่วยด้วย

 
                                                                            สภาพศพแย่มาก...นายอย่าเห็นเลยจะดีกว่า

 
พี่จะดูแลเรร่าเอง พี่สัญญา.....

 
 
///////////////////////////
 

ฝัน...

ดวงตาสีน้ำตาลเบิกกว้างขึ้น หัวใจเต้นเร็วระรัว บนหน้าผากมีเม็ดเหงื่อผุดพรายทั้งๆที่อากาศเย็นจัด ต้องใช้เวลาปรับสติอยู่ครู่หนึ่งจึงนึกได้ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ห้อง208 ของอพาร์ตเมนท์แห่งเดียวในเมืองนี้ ความรู้สึกปั่นป่วนในท้องออกอาการรุนแรงขึ้นจนต้องคว้าลูกอมใส่ปาก เมื่อรสเปรี้ยวของมะนาวแตะลิ้นจึงค่อยคลายลงบ้าง
 
 
รุยก้าวลงจากเตียง เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทขึ้นอีกหน่อย บรรยากาศสีน้ำเงินเข้มเมื่อครู่เริ่มเจือสีส้มบางๆเมื่อแสงอาทิตย์จับขอบฟ้า บลอดเวนยามใกล้รุ่งช่วงต้นเดือนมีนาคม ถึงจะไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องทำความร้อนแล้วแต่ก็ยังค่อนข้างหนาว ลมเย็นกระทบผิวหน้าช่วยให้สดชื่นขึ้นอยู่ไม่น้อย
 
 
นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้ฝันถึง...
 
 
เด็กหนุ่มถอนใจยาว ลมหายใจกระทบความเย็นในอากาศเป็นควันสีขาวบางเบา 
 
 
แม้ว่าจะย้ายมาอยู่บลอดเวนได้เดือนกว่าแล้ว ก็ยังฝันถึงเหตุการณ์นั้นเป็นครั้งคราวอยู่ดี...แต่ก็ยังดีกว่าเมื่อก่อนที่ฝันทุกวันจนแทบไม่อยากหลับตาลงตอนกลางคืน หลายครั้งที่ต้องพึ่งยานอนหลับ และหลายครั้งที่ทำอะไรโง่ๆลงไป
 
 
...ทิ้งหลักฐานที่ลบไม่ออกไว้บนข้อมือทั้งสองข้าง
 
 
อย่างไรก็ตาม การได้เปลี่ยนสถานที่มาอยู่ในที่ที่ห่างไกลความวุ่นวาย ห่างจากสิ่งที่จะทำให้คิดถึงเรื่องเก่าๆ รวมถึงการปรับตัวให้เข้ากับที่อยู่ใหม่ และการเรียนรู้ภาษาก็พอที่จะทำให้แทบไม่มีเวลาจะมานั่งจมกับความคิดดำดิ่งเช่นนั้นอีก
 
 
คนเข้มแข็งเท่านั้นจึงจะอยู่รอด ใครบางคนบอกกับเขาไว้อย่างนั้น
 
 
ฟ้าสว่างแล้ว... ถนนที่ปราศจากผู้คนเมื่อครู่เริ่มมีชาวเมืองเดินไปมาประปราย รุยตื่นเต็มตา จะกลับไปนอนต่อก็คงหลับไม่ลง
 
 
ออกไปวิ่งสักหน่อยแล้วไปหาอะไรกินดีกว่า
 
ร่างโปร่งเหยียดมือขึ้นบิดขี้เกียจหลังจากเปลี่ยนเสื้อเป็นกางเกงวอร์มกับสเวตเตอร์ตัวอุ่น หยิบกระเป๋าเงิน กุญแจ โทรศัพท์ และหูฟังออกจากห้อง ก่อนจะค่อยๆลงบันไดไปอย่างเงียบๆ เพื่อนบ้านส่วนใหญ่น่าจะยังไม่ตื่น ถ้าทำเสียงดังไปเกรงว่าจะกระทบความสัมพันธ์ภายในอพาร์ตเมนท์เข้า
 
อยู่มาสักพักรุยก็ได้เรียนรู้ว่าอพาร์ตเมนท์ที่เขาอยู่ประกอบไปด้วยผู้อาศัยหลากอาชีพ หลายเชื้อชาติ ทั้งตะวันตกและตะวันออก ตัวเมืองบลอดเวนเองก็เช่นกัน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เมืองนี้จะมีคนเอเชียเป็นผู้จัดการธนาคาร (รุยค่อนข้างจะแน่ใจด้วยว่าคุณผู้จัดการเป็นคนญี่ปุ่นถึงจะยังไม่เคยคุยด้วยก็เถอะ) หรือแม้แต่เจ้าของโรงหนังที่เขาไปดูบ่อยๆช่วงนี้ก็ดูเหมือนจะมีเชื้อสายทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้... ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียหรือไทยกันนะ
 
เป็นเมืองที่มีความน่าประหลาดใจแฝงอยู่ในความธรรมดาได้อย่างน่าทึ่งจริงๆ
 
หูฟังอันโปรดถูกเหน็บเข้าที่ปกเสื้อ
 
เครื่องเล่นเพลงในโทรศัพท์สุ่มเพลงเต้นรำจังหวะสนุกสนานขึ้นมา
 
สองเท้าเร่งความเร็วขึ้น เลี้ยวซ้ายที่หน้าอพาร์ตเมนท์ มุ่งหน้าสู่ชายหาดทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมือง

/////////////////////////

รุยชอบทะเล...ชอบสัมผัสเวลาเท้าเปลือยเปล่าเหยียบบนพื้นทราย ชอบเสียงคลื่นกระทบฝั่ง ชอบผืนน้ำกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา และแน่นอน ชอบสาวๆในชุดบิกินี่ด้วย

ชายหาดบลอดเวนวันนี้ไม่มีสาวบิกินี่ให้เห็น ด้วยว่าอากาศยังเรียกได้ว่าเย็นมากอยู่ มีเพียงเรือประมงสองสามลำจอดอยู่เทียบท่า เด็กหนุ่มชะลอฝีเท้าลง ถอดรองเท้าวางไว้บนก้อนหินใกล้ๆ แล้ววิ่งเหยาะๆเลียบไปตามชายหาด พลางสูดลมทะเลเจือกลิ่นเกลืออ่อนๆเข้าเต็มปอด

รู้สึกดีชะมัด ต่างจากตอนที่สะดุ้งตื่นเมื่อตอนเช้ามืดลิบลับ

คุณหมอที่รักษาอาการซึมเศร้าก็บอกไว้ว่าการออกกำลังกายจะทำให้สมองหลั่งสารเอนโดรฟินที่ช่วยให้รู้สึกดี ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้เขาออกกำลังสม่ำเสมอ จะได้ไม่ต้องกินยาบ่อยนัก

จะว่าไป เขาก็งดยาคลายซึมเศร้ามาได้หลายเดือนแล้ว นับว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี

ถ้าไม่นับฝันร้ายเรื่องเดิมๆที่ยังมาเยือนอยู่เป็นระยะๆ...เหมือนเมื่อเช้านี้

เพลงบัลลาดหวานซึ้งจบลง เพลงใหม่ถูกสุ่มขึ้นมาจากเครื่องเล่น เป็นเพลงจังหวะสบายๆ เนื้อหาเหมาะกับสถานที่เป๊ะ

Somewhere beyond the sea
Somewhere waiting for me
My lover stands on golden sands
And watches the ships that go sailin'...

รุยวิ่งไปพลาง ร้องเพลงคลอไปกับเสียงเพลงเวอร์ชั่นของรอบบี้ วิลเลียมส์ไปพลาง

It's far beyond the stars
It's near beyond the moon
I know beyond a doubt
My heart will lead me there soon

ถ้าเป็นตอนนี้ หัวใจจะนำทางเขาไปที่ไหนกันนะ...

//////////////////////////////////////////

 วิ่งมาได้สักพักใหญ่ แดดเริ่มร้อน ท้องก็เริ่มหิว รู้สึกว่าควรได้เวลากลับซะที เด็กหนุ่มจึงเดินกลับมายังก้อนหินที่ถอดรองเท้าวางไว้ ปัดทรายออกจากตัวก่อนจะใส่รองเท้ากลับเข้าอย่างเดิม ตลาดอยู่ไม่ไกลชายหาดนัก เดินมาเพียงครู่เดียวก็ได้กลิ่นอาหารปนกับเสียงร้องเรียกลูกค้าเซ็งแซ่ 

ยังไม่ทันจะได้คิดว่ากินอะไรดี ก็ได้แซนด์วิชไก่อบอันโตมาอยู่ในมือซะแล้ว ขนมปังนุ่มๆ ผักกาดสดกรอบ ไก่อบชุ่มซอสที่หมักมาเป็นอย่างดี อร่อยอย่าบอกใคร  กินไปเดินดูโน่นนี่ในตลาดไปไม่นานก็หมดเกลี้ยง เหลือแต่กระดาษห่อที่ไม่รู้จะไปทิ้งที่ไหนดี

เหลียวซ้ายแลขวา ก็ไม่เห็นมีถังขยะอยู่ในละแวกตลาดนี้เลย

"นี่ๆ คุณคะ" เสียงหนึ่งดังขึ้นห่างไปไม่ไกลนัก 

เมื่อหันไปก็พบว่าเป็นหญิงวัยกลางคน ผมดัดหยิกฟู ที่เอวมีผ้ากันเปื้อนสีสดคาดไว้ น่าจะเป็นแม่ค้าที่ขายของอยู่แถวๆนี้ "มองหาอะไรอยู่เหรอ มีอะไรถามป้าได้นะ " พูดจบป้าก็แยกเขี้ยว เอ๊ยยิ้มให้

"อ..คือว่า...ถังขยะ" เจอรอยยิ้มป้าเข้าไปรุยถึงกับนึกคำภาษาบลอดเวนไม่ออก "จะหาถังขยะน่ะครับ" ยกกระดาษห่อแซนด์วิชที่กำไว้เป็นก้อนยู่ยี่ให้ดู

"ตายจริง" มืออวบยกขึ้นปิดปาก หน้าตาตื่นตระหนกอย่างแสนจะโอเวอร์  "ถังขยะหายไปเหรอเนี่ย คนเก็บขยะนี่ไม่ไหวจริงๆ ละเลยหน้าที่ได้ยังไงกัน เอ๊ะ หรือว่าแอบเอาถังขยะไปทำอะไรไม่ดี ต้องใช่แน่ๆเลย โอ๊ยยย เจ้านั่นต้องแอบเอาศพใส่ถังขยะแล้วเอาไปซ่อนแน่ๆ น่ากลัว น่ากลัวที่สุด"

ทำไมการหาถังขยะไม่เจอกลายเป็นฆาตกรรมหมกศพไปแล้วล่ะเนี่ย 

"เอ่อ...งั้นผมยังไม่ทิ้งก็ได้นะครับ" พูดขึ้นเบาๆเมื่อเห็นว่าป้ายังพูดไม่หยุด แถมทำท่าจะเรียกคนอื่นที่ผ่านไปมาเข้ามาฟังเรื่องฆาตกรรมที่แกคิดเองเออเองต่ออีก

"เอางั้นเหรอ จริงๆจะไปทิ้งที่ร้านป้าก็ได้นะเนี่ย จะได้ไม่ต้องลำบากถือไป ยังมีเรื่องเล่าให้ฟังอีกเยอะค่า พ่อหนุ่มเพิ่งมาใหม่ใช่ไหมล่ะ หน้าไม่คุ้นเลยนี่ อย่างนี้ยิ่งต้องฟังที่ป้าเล่าไว้นะ จะได้ระวังตัว รู้มั้ย" ถ้อยคำสนทนายังหลุดออกจากหญิงกลางคนมาเป็นชุด รุยเห็นท่าไม่ดีจึงขอตัวแยกจากมา ก่อนจากป้ายังชวนให้เขาแวะซื้อผักที่ร้านอีกด้วย(แต่โชคดี เอ๊ยน่าเสียดายที่เขาทำกับข้าวไม่เป็น) และเมื่อเดินผ่านตลาดมาแล้ว ก็เจอถังขยะอยู่แถวหน้าโรงเรียนเซนต์ไอเรียนนานั่นเอง

พวกที่ชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องขาวบ้าน ไม่ว่าที่ไหนๆก็มีสินะ คิดพลางทิ้งห่อกระดาษลงในถังขยะรีไซเคิล รู้สึกสงสารคนเก็บขยะที่กลายเป็นฆาตกรฆ่าหมกศพในเรื่องเล่าซุบซิบของป้าแกขึ้นมาเบาๆ ตอนที่ทำวง รุยเองก็ผ่านเรื่องพวกนี้มาไม่น้อย ทั้งข่าวลือ ปาปารัซซี่ เรื่องใส่ร้าย แบล็คเมล์สารพัด 

ทั้งๆที่เป้าหมายของพวกเขา คือแค่เล่นดนตรีเท่านั้นแท้ๆ

แต่สิ่งที่ต้องแลกกับการได้เล่นดนตรี กลับมีมากกว่าที่คิด...

จนรุยเลือกที่จะถอยออกมา หยุด และใช้เวลาตรึกตรอง ว่าต่อไปควรจะก้าวไปในทิศทางไหน
เพลง beyond the sea วนกลับมาใหม่

It's far beyond the stars
It's near beyond the moon
I know beyond a doubt
My heart will lead me there soon

ตอนนี้เขาก้าวมาข้างหน้าได้อีกครั้งบนเส้นทางที่ต่างไปจากเดิม
 
อาจจะยังมองไม่เห็นปลายทาง แต่สักวันเป้าหมายคงจะชัดเจนขึ้น
 
รุยเชื่อเช่นนั้น...










Comment

Comment:

Tweet

เราว่าการสูญเสียคนที่รักไปเป็นความรู้สึกที่เจ็บปวดมากจนไม่สามารถลืมได้เลยชั่วชีวิตแต่ก็หวังว่ารุยจะไม่ปิดกั้นตวเองจากคนอื่นนะคะ อืม เขาว่าดนตรีนี่เป็นภาษาสากลนะ เชื่อมต่อคนหลายเชื้อชาติเข้าด้วยกันได้อย่างน่าอัศจรรย์มากเลย คิดว่ารุยก็มีส่วนคล้ายร๊อบบี้วิลเลียมนิดๆนะ เป็นคนเก่งเลยล่ะแต่มีความหลังที่ไม่ค่อยสดใส เดวิดก็ชอบฟังเพลงน้าอาจจะคุยกันถูกคอก็ได้ cry

#2 By ยู่ยี่. on 2013-07-30 20:02

แง้ เค้าร้องไ้ห้ด้วยเรื่องเรร่าอีกแล้ว

#1 By por_kk on 2013-03-10 21:15